พระภัทรมหาราช
พระภัทรมหาราชหรือพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ทรงเป็นพระมหากษัตริย์ที่มีพระบารมีและมีพระปรีชาสามารถในทุกๆ ด้าน ทรงเป็นผู้พัฒนาคุณภาพชีวิตของพสกนิกรทั่วประเทศ ทรงเป็นพระมหากษัตริย์ที่ทรงพระราชกรณียกิจหนักเพื่อประชาชนโดยแท้ พระราชกรณียกิจที่ก่อให้เกิดประโยชน์แก่อาณาประชาราษฏร์นับตั้งแต่วันเถลิงราชสมบัติ เมื่อวันที่ 3 มิถุนายน พ.ศ 2489
1. พระราชกรณียกิจด้านการพัฒนา
ได้ทรงเสด็จออกเยี่ยมประชาชนในทุกภาคของประเทศทุกปี อย่างน้อยปีละ 6-8 เดือน โดยทรงให้ความสำคัญต่อการพัฒนาชนบทมาก มีโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำรินับถึงปัจจุบัน 2,012 โครงการ ครอบคลุมกิจกรรมทางเศรษฐกิจสังคมทุกสาขา มีชื่อเรียกต่างกันตามวัตถุประสงค์ เช่นโครงการในพระราชดำหริ โครงการตามพระราชประสงค์ โครงการหลวง และโครงการในพระบรมราชานุเคราะห์เป็นต้น
ลักษณะพิเศษของโครงการในพระราชดำหรินี้ใช้หลักการ “ ทำให้ง่าย”หรือ Simplicity จัดการด้วยสติปัญญา เพื่ออยู่ดีกินดี ซึ่งทรงถือว่าเป็นผลสำเร็จที่คุ้มค่า บนพื้นฐานของการทำงาน “รู้รักสามัคคี” ปัจจุบันขณะที่ประเทศไทยกำลังพัฒนาประสบภาวะ วิกฤษเศรษฐกิจ ก็ทรงเสนอปรัชญาการพัฒนาที่เรียกว่า “ทฤษฎีใหม่” เพื่อแก้ไขปัญหาขั้นพื้นฐานของประชาชนทุกครัวเรือนที่ประกอบอาชีพเกษตรกรรม โดยให้มีการจัดการพื้นที่ขนาดเล็กเพื่อการเกษตรผสมผสานให้แต่ละครอบครัวพึ่งตนเองได้ มีผลให้ชุมชนเข้มแข็งเป็นการพัฒนาแบบยั่งยืน ดังพระราชดำรัสเมื่อวันที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2540 ว่า
“…เศรษฐกิจแบบค้าขายฝรั่งเขาเรียก Trade Economy ไม่ใช่แบบพอเพียง ซึฝรั่งเรียกว่า Self - Sufficient Economy ถ้าเราทำแบบที่ไหนก็ทำได้คือเศรษฐกิจพอเพียงกับตัวเอง เราก็อยู่ได้ไม่ต้องเดือดร้อน
รู้ว่าท่านทั้งหลายกำลังกลุ้มใจในวิกฤตการณ์ ตั้งแต่คนที่มีเงินน้อยจนกระทั่งคนที่ มีเงินมาก แต่ถ้าสามารถที่จะเปลี่ยนให้กลับเป็นเศรษฐกิจแบบพอเพียง ไม่ต้องทั้งหมดแม้จะไม่ถึงครึ่งอาจจะเศษหนึ่งส่วนสี่ ก็สามารุที่จะอยู่ได้ การแก้ไขจะต้องใช้เวลา ไม่ใช่ง่ายๆ โดยมากคนก็ใจร้อนเพราะเดือดร้อนเพราะเดือดร้อน แต่ว่าถ้าทำตั้งแต่เดี๋ยวนี้ก็จะสามารถที่จะแก้ไขได้